ประวัติความเป็นมา
ชื่อเรื่อง : วัดโสภณเจติการาม
ชุมชน : บ้านคู้มักเม่า หมู่ที่ 7 ตำบลคู้สลอด อำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
วัดโสภณเจติการาม เป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่ตำบลคู้สลอด อำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วัดโสภณเจติการาม ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2458 เดิมชื่อว่า วัดคู้มักเม่า ตั้งชื่อตามหมู่บ้าน คือบ้านคู้มักเม่า สร้างขึ้นตั้งแต่อำเภอลาดบัวหลวงยังอยู่ในความปกครอง ของอำเภอ ราชคราม (บางไทร) โดยมี สมภารมี เป็นเจ้าอาวาส ได้รับการบริจาคที่ดินเพื่อทำการสร้างวัดจาก นายบัว นางลูกอิน วงษ์ประดิษฐ์ และ นายเนย นางช้อน ผ่องศรี จำนวน 14 ไร่ และได้รับการทำนุบำรุงจากพุทธศาสนิกชนในท้องถิ่นและบริเวณใกล้เคียงมาโดยตลอด จนเป็นพุทธศาสนสถานที่มีความสวยงามมาก อาทิ ศาลาการเปรียญและกุฏิสงฆ์ในระยะแรกได้รับการบริจาค จาก นายแกละ นางแปลก ยินดีพิธ นายอยู่ นางแพง ทรัพย์สิงห์ นายหมึก นางเกลี้ยง นายเหลือ นางลิ้ม นายพิน นางภู่ เป็นต้น
ครั้นถึงช่วงที่ สมภารจัน เป็นเจ้าอาวาส ท่านได้อัญเชิญพระพุทธรูปองค์หนึ่ง จากวัดวงษ์ฆ้อง อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีหลวงพ่ออ่ำเป็นเจ้าอาวาส ได้เป็นผู้มอบให้ พระพุทธรูปองค์ดังกล่าว คือ “หลวงพ่อศรีเพชร” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่วัดมาตลอด และได้เปลี่ยนชื่อ จาก “วัดคู้มักเม่า” เสียใหม่เป็น “วัดโสภณเจติการาม” ความสำคัญในการเป็นศูนย์รวมของพุทธศาสนิกชนในหมู่บ้าน เป็นสถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญคือ “หลวงพ่อศรีเพชร”
ตามประวัติหลวงพ่อศรีเพชร ได้พบเจอโดย หลวงพ่ออ่ำ เจ้าอาวาสวัดวงษ์ฆ้อง ขณะนั้นดำรงตำแหน่ง ท่านเจ้าคุณพุทธโสภณ ราชาคณะ เจ้าคณะจังหวัด ได้นั่งสมาธิ เห็นเศียรพระพุทธรูปจมอยู่ใต้ดินและได้เห็น ประกายแวววาวจากพระเนตรของพระพุทธรูปองค์นั้น จึงให้ศิษย์ทำการขุดบริเวณที่ท่านเห็นในสมาธิแล้วพบว่ามีเศียรพระพุทธรูปจริง จึงนำขึ้นมาสักการะ แล้วให้ช่างปั้น เป็นองค์พระขึ้น เพื่อนำมาต่อกับเศียรที่ขุดได้ เป็นพระพุทธรูปปางสะดุ้งมาร ต่อมาพุทธศักราช 2486 ท่านเจ้าคุณพุทธโสภณ (หลวงพ่ออ่ำ) ได้มอบพระพุทธรูปองค์ดังกล่าว ให้กับวัดคู้มักเม่า (วัดโสภณเจติการามปัจจุบัน) และได้ตั้งชื่อว่า “หลวงพ่อเพชร” ในการรับมอบ พระพุทธรูป (หลวงพ่อเพชร) ทางวัดโสภณเจติการามนำโดยเจ้าอาวาสในสมัยนั้น คือ สมภารจัน ได้นำเรือไปรับ เป็นขบวนใหญ่โต ขณะที่เดินทางมาถึงบริเวณบ้านกลึง อำเภอบางไทร ชาวบ้านคนหนึ่ง ชื่อ นายอ๋อ ได้ทำนาฬิกา ข้อมือตกน้ำ ซึ่งในสมัยก่อนแม่น้ำมีความกว้างและลึกมาก สมภารจันบอกให้เจ้าของนาฬิกา บนหลวงพ่อเพชร ขอให้งมนาฬิกาได้ หลังจากนั้นนายอ๋อ จึงดำน้ำลงไปงม ปรากฎว่าเห็นนาฬิกาลอยสูงขึ้นมา นายอ๋อจึงได้นาฬิกา ด้วยความดีใจ ทำให้ทุกคนที่ติดตามไปในขบวนแห่ ต่างตกตะลึงในปาฏิหารย์ของหลวงพ่อเพชร เป็นอย่างยิ่ง
ต่อมาหลวงพ่อเพชร ได้แสดงปฏิหารย์ เข้าฝันนายน่วม ทรัพย์วัฒน์ ว่า “กูชื่อศรีเพชร ไม่ใช่ชื่อเพชร” ให้เปลี่ยนชื่อเสียใหม่ หลังจากนั้น จึงได้มีการเปลี่ยนชื่อหลวงพ่อเพชรใหม่ เป็น “หลวงพ่อศรีเพชร” และเป็นที่ เคารพนับถือจากชาวบ้านคู้มักเม่าและในบริเวณใกล้เคียงเป็นอย่างมาก เช่น คนที่ป่วยเป็นโรคร้าย มักมาบนขอ น้ำมนต์ของหลวงพ่อไปดื่ม อาบ ทำให้โรคร้ายต่างๆ หายได้ บุคคลใดที่ไม่มีบุตรต้องการมีบุตร ก็มาบนขอต่อหลวงพ่อ เป็นต้น นับได้ว่า หลวงพ่อศรีเพชร เป็นพระพุทธรูป ที่มีความสำคัญมากของ หมู่บ้าน คู้มักเม่า และยังคงให้ความเคารพกันต่อมาจนถึงปัจจุบัน และยังมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ปางห้ามญาติ สูงประมาณ 9 เมตร ประดิษฐาน เป็นสง่าอยู่บริเวณหน้าวัด คือ หลวงพ่อพระพุทธศรีโสภณคุณาทาน โดยมีพระครูโสภณ ธรรมมารักษ์ เป็นผู้สร้างใน พ.ศ. 2541 เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของวัดและเป็นพระพุทธรูปที่สูงที่สุดในอำเภอลาดบัวหลวง และได้จัดสร้างพระพิมพ์หลวงพ่อศรีเพชรขึ้นมา จำหน่ายเพื่อนำปัจจัยที่ได้ไปบูรณะวัดต่อไป
สามารถติดต่อได้ที่ วัดโสภณเจติการาม พระครูโสภณพัฒนธาดา (เจริญ) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส หมู่ที่ 7 ตำบลคู้สลอด อำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13230 โทรศัพท์ : 081 792 2531
ผู้ให้ข้อมูล : พระครูโสภณพัฒนธาดา (เจริญ) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส
ผู้เรียบเรียง : นางสาวพรทิพย์ หลักเฉลิมพร ครูศูนย์การเรียนรู้
รูปภาพเพิ่มเติม
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด
หลวงพ่อศรีเพชร