ประวัติความเป็นมา
· มัสยิดกุฎีช่อฟ้า เเป็นหนึ่งในมัสยิดที่เก่าแก่ที่สุดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีประวัติศาสตร์ยาวนานย้อนไปได้ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ตั้งอยู่บริเวณริมคลองขุนละครไชย หรือ คลองตะเคียน ในปัจจุบัน ซึ่งถือเป็นพื้นที่ชุมชนพหุวัฒนธรรมแห่งสายน้ำที่ผู้คนหลากเชื้อชาติและศาสนาอยู่อาศัยร่วมกันมาอย่างกลมกลืน
ประวัติและความเป็นมา
· ชื่อเดิมในอดีต: ในอดีตมัสยิดแห่งนี้เคยถูกเรียกขานด้วยหลายชื่อตามยุคสมัย เช่น สุเหร่าเจ้าเซ็น, สุเหร่ามัวร์, สุเหร่าต้นโพธิ์, สุเหร่าใหญ่ หรือ จามมามัสญิด
· ที่มาของชื่อพระราชทาน: ในปี พ.ศ. 2449 (ร.ศ. 125) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จประพาสต้นทางชลมารคผ่านคลองตะเคียน อิหม่ามประจำมัสยิดในขณะนั้นได้เข้าเฝ้ารับเสด็จและขอพระราชทานนามให้มัสยิด เนื่องจากตัวอาคารเดิมสร้างด้วยอิฐถือปูนและมีสถาปัตยกรรมไทยประดับด้วย ช่อฟ้า ใบระกา และหางหงส์ บนหลังคา พระองค์จึงได้พระราชทานนามว่า "กุฎีช่อฟ้า" เพื่อให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์อาคารและประวัติศาสตร์ของชาวมุสลิมในพื้นที่ซึ่งส่วนใหญ่อพยพมาจากปัตตานี (ไม่ใช่กลุ่มเจ้าเซ็น)
สถาปัตยกรรมและมรดกล้ำค่าภายใน
มัสยิดได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ในช่วงปี พ.ศ. 2567–2569 โดยยังคงรักษาสิ่งล้ำค่าทางประวัติศาสตร์ไว้ดังนี้:
เครื่องสังเค็ดพระราชทาน: มีโคมไฟสีเขียวที่ได้รับพระราชทานจากรัชกาลที่ 6 (เนื่องในงานพระบรมศพรัชกาลที่ 5) และโคมไฟสีเหลืองได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน (เนื่องในงานพระบรมศพรัชกาลที่ 9)
· องค์ประกอบดั้งเดิม: ยังคงอนุรักษ์ "มิห์รอบ" (ซุ้มบอกทิศกิบละฮ์) และ "มิมบัร" (แท่นสำหรับกล่าวคุตบะฮ์หรือแสดงธรรมเทศนา) ชิ้นดั้งเดิมเอาไว้ครบถ้วน
รูปภาพเพิ่มเติม