ประวัติความเป็นมา
ประวัติวัดท่าตอ
แหล่งท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรม
วัดท่าตอ ตำบลท่าตอ อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
วัดท่าตอ ตั้งอยู่เลขที่ 27 หมู่ที่ 3 ตำบลท่าตอ อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ริมฝั่ง คลองบางแก้ว ซึ่งเป็นลำน้ำสำคัญที่เชื่อมระหว่างแม่น้ำเจ้าพระยากับแม่น้ำป่าสัก นับเป็นวัดเก่าแก่ที่มีประวัติความเป็นมายาวนานและเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวตำบลท่าตอมาหลายชั่วอายุคน
จากคำบอกเล่าสืบต่อกันมา เชื่อว่าวัดแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 2300 ในช่วงปลายกรุงศรีอยุธยา โดยมี "แม่เม้ยย่าบาง" หญิงชาวมอญซึ่งอาศัยอยู่นอกกำแพงพระนครศรีอยุธยา เป็นผู้ริเริ่มและเป็นกำลังสำคัญในการก่อสร้างวัด จึงทำให้วัดท่าตอเป็นวัดที่มีคุณค่าทั้งด้านประวัติศาสตร์ ศาสนา และวิถีชีวิตของชุมชนริมคลองบางแก้ว
หลวงพ่อสังวาลย์มงคล พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง
สิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญประจำวัด คือ "หลวงพ่อสังวาลย์มงคล" พระพุทธรูปทรงเครื่อง ปางมารวิชัย ศิลปกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น หน้าตักกว้างประมาณ 1.65 เมตร เดิมชาวบ้านเรียกขานกันว่า "หลวงพ่อลอย" หรือ "หลวงพ่อศาลาดิน"
ตามตำนานเล่าว่า เมื่อประมาณ พ.ศ. 2370 พระพุทธรูปองค์นี้ได้ลอยน้ำมาปรากฏบริเวณหน้าวัดธรรมรส ชาวบ้านจำนวนมากช่วยกันนำเชือกมาฉุดลากขึ้นจากน้ำ แต่ไม่ว่าจะใช้แรงคนมากเพียงใดก็ไม่สามารถอัญเชิญขึ้นฝั่งได้ จนในที่สุดองค์พระได้จมหายลงสู่คลอง
กระทั่งเวลาผ่านไปประมาณ 2 วัน พระพุทธรูปองค์เดิมได้ลอยขึ้นมาอีกครั้งบริเวณหน้าวัดท่าตอ ชาวบ้านจึงเชื่อว่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่มีความประสงค์จะประดิษฐาน ณ วัดแห่งนี้ จึงได้นิมนต์พระสงฆ์ประกอบพิธีจุดธูปบูชาและอัญเชิญด้วยความเคารพ ปรากฏว่าสามารถอัญเชิญองค์พระขึ้นจากคลองบางแก้วได้โดยง่าย ต่างจากครั้งก่อนอย่างน่าอัศจรรย์
จากนั้นจึงได้อัญเชิญประดิษฐานไว้ ณ วัดท่าตอ และกลายเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองที่ชาวบ้านให้ความเคารพศรัทธามาจนถึงปัจจุบัน
ตำนาน "หลวงพ่อศาลาดิน"
ในระยะแรก หลังจากอัญเชิญขึ้นจากน้ำแล้ว ไม่สามารถเคลื่อนย้ายองค์พระเข้าไปประดิษฐานภายในพระอุโบสถได้ ชาวบ้านจึงสร้างศาลาหลังเล็กบริเวณท่าน้ำหน้าวัด เพื่อเป็นที่ประดิษฐานและป้องกันแดดฝน ทำให้ชาวบ้านเรียกองค์พระอีกชื่อหนึ่งว่า "หลวงพ่อศาลาดิน"
ต่อมาหลายครั้งที่ชาวบ้านมีความตั้งใจจะอัญเชิญองค์พระเข้าไปประดิษฐานในพระอุโบสถ แต่ทุกครั้งกลับเกิดอุปสรรคต่าง ๆ จนไม่สามารถดำเนินการได้ อีกทั้งยังมีเรื่องเล่าที่สืบทอดกันมาว่า พระสงฆ์และผู้หลักผู้ใหญ่ในชุมชนหลายท่านต่างฝันตรงกันว่า หลวงพ่อมีความประสงค์จะประดิษฐานอยู่บริเวณท่าน้ำ ไม่ต้องการย้ายเข้าไปอยู่ภายในพระอุโบสถ
ด้วยเหตุนี้ คณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนจึงร่วมแรงร่วมใจกันสร้างศาลาประดิษฐานขึ้นโดยเฉพาะบริเวณหน้าพระอุโบสถริมคลองบางแก้ว เพื่อเป็นที่ประดิษฐานองค์พระอย่างสมพระเกียรติ
ในสมัย พระอธิการแวว เจ้าอาวาสรูปที่ 7 ได้เปลี่ยนนามพระพุทธรูปให้เป็นทางการว่า "หลวงพ่อสังวาลย์มงคล" ซึ่งเป็นนามที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน
แหล่งท่องเที่ยวแห่งศรัทธา
ปัจจุบันวัดท่าตอเป็นทั้งศาสนสถานสำคัญและแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของอำเภอมหาราช ผู้มาเยือนสามารถสักการะ หลวงพ่อสังวาลย์มงคล เพื่อความเป็นสิริมงคล ชมบรรยากาศอันร่มรื่นริมคลองบางแก้ว ศึกษาประวัติศาสตร์ของชุมชน และสัมผัสวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของชาวตำบลท่าตอ
วัดท่าตอ จึงมิได้เป็นเพียงวัดเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 200 ปี หากยังเป็นศูนย์รวมแห่งศรัทธา ความสามัคคี และมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชุมชน ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์และสืบสานให้คงอยู่สืบไป.
รูปภาพเพิ่มเติม