ประวัติความเป็นมา
วัดบ้านม้า เป็นวัดสังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย สร้างขึ้นประมาณปี พ.ศ. ๒๓๑๖ บาง คนเรียกว่า "วัดม้า" โดยตั้งชื่อตามหมู่บ้าน ซึ่ง เล่าสืบกันมาว่า ในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช บริเวณนี้นั่นเป็นที่เลี้ยงม้าหลวงจำนวนมาก จึงเรียกกันว่า "บ้านม้า"มีข้อสังเกต และคำเล่าลือของคนเฒ่าคนแก่ ถึงต้นกระทุ่มอายุนับร้อยปี ๓ -๔ ต้นที่เป็นแนวเส้นตรงห่างกันเป็นระยะ ราวต้นละ๒00เมตร อยู่ชายทุ่งทางตะวันตกของหมู่บ้านนี้ว่า น่าจะเกี่ยวกับการสงคราม หรือการเลี้ยงม้าหลวง ตามเรื่องที่เล่าสืบ ๆ กันมาวัดบ้านม้า ได้รับพระราชทานวิสุงคาม สีมาเมื่อราว พ.ศ. ๒๓๕๑ มีเนื้อที่ ๓๐ ไร่ มีที่ธรณีสงฆ์ ๓ แปลง เนื้อที่ ๑๒ ไร่ ๑ งาน ๒๐ตารางวา ทิศเหนือและทิศใต้ ติดต่อกับหมู่บ้าน ทิศตะวันตกติดต่อกับทุ่งนา โดยมีถนนผ่าน ทิศตะวันออกติดกับคลอง และทางตะวันออกของวัดนี้มีเนินดินสูง มีร่องรอยของการเป็นวัดมาก่อน ซึ่งชาวบ้านเรียกวัดร้างนี้ว่า"วัดโคกแสงราชเสมาราม"วัดบ้านม้าเป็นวัดเล็ก ๆ ในหมู่บ้านม้าของตำบลบ้านม้าซึ่งมี ๔ หมู่ ชาวพุทธหมู่ที่๒ ๓ และ ๔ มาทำบุญและประกอบศาสนกิจตามประเพณี รวมทั้งคอยอุปถัมภ์ดูแลวัดแห่งนี้เป็นประจำเสมอมาความร่วมแรง ศรัทธาของชาวพุทธและเจ้าอาวาส ภิกษุสามเณร ที่ให้ความเอาใจใส่ดูแลสืบต่อ ๆ กันมาทำให้วัดบ้านม้ามีอาคารพระมหามานิตย์ วิจิตฺตธมฺโม เจ้าอาวาส เสนาสนะต่าง ๆ ที่ ถาวร มั่นคง แข็งแรงสวยงาม เช่นเดียวกับวัดทั่ว ๆ ไป ทั้งพระอุโบสถ ศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์ฌาปนสถาน กุฏิพระสงฆ์ เป็นต้น