ประวัติความเป็นมา
วัดใบบัว เป็นวัดราษฎร์เก่าแก่สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่เลขที่ 2 หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านกระทุ่ม อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บนผืนดินริมฝั่งแม่น้ำน้อยอันร่มรื่น มีเนื้อที่ตามโฉนดที่ดินประมาณ 18 ไร่ 1 งาน วัดแห่งนี้ได้รับการสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2351 ตรงกับช่วงปลายรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) หรือต้นรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น หลังจากสร้างวัดเสร็จสิ้นและเป็นที่พำนักของพระสงฆ์แล้ว วัดใบบัวก็ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเพื่อจัดตั้งเป็นเขตพุทธาวาสที่ถูกต้องตามพระวินัยและกฎหมายนับแต่นั้นเป็นต้นมา
เนื่องจากที่ตั้งของวัดอยู่ติดกับแม่น้ำน้อย ซึ่งเป็นสายน้ำย่อยแยกมาจากแม่น้ำเจ้าพระยา ในอดีตบริเวณนี้จึงเป็นทั้งเส้นทางคมนาคมหลักและพื้นที่เกษตรกรรมอันอุดมสมบูรณ์ ทว่าในฤดูน้ำหลากของทุกปี พื้นที่ลุ่มต่ำมักจะประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ชุมชนและเจ้าอาวาสในแต่ละยุคสมัยจึงได้ร่วมใจกันคิดค้นภูมิปัญญาท้องถิ่นในการสร้างสิ่งก่อสร้างที่เรียกว่า "ชานแล่น" หรือสะพานทางเดินยกระดับเชื่อมต่อระหว่างอาคารต่างๆ ภายในวัด ทั้งในส่วนของเขตพุทธาวาส (เช่น พระอุโบสถ) และเขตสังฆาวาส (เช่น กุฏิสงฆ์และศาลาการเปรียญ) เพื่อให้พระภิกษุสามเณรและชาวบ้านสามารถสัญจรไปมาและประกอบศาสนกิจได้อย่างสะดวกปลอดภัย แม้ในช่วงที่น้ำท่วมสูงก็ตาม นอกจากนี้ ภายในวัดยังมีหอไตรและเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองที่ประดับลวดลายปูนปั้นโบราณ ซึ่งสะท้อนถึงอิทธิพลทางศิลปกรรมที่ได้รับความนิยมในสมัยรัชกาลที่ 3 อีกด้วย
ตลอดระยะเวลากว่าสองศตวรรษ วัดใบบัวได้รับการดูแลและพัฒนาอย่างต่อเนื่องผ่านพลังศรัทธาของชาวตำบลบ้านกระทุ่ม โดยมีลำดับการก่อสร้างและปฏิสังขรณ์เสนาสนะที่สำคัญดังนี้
พ.ศ. 2450 ชาวบ้านและผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมกันสร้างและอัญเชิญ "พระประธานประจำอุโบสถ" ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 10.50 นิ้ว มาประดิษฐานเป็นพระประธานองค์หลัก
พ.ศ. 2452 ได้ทำการก่อสร้างพระอุโบสถหลังปัจจุบันขึ้นอย่างมั่นคง เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง 8.71 เมตร ยาว 18.23 เมตร เพื่อทดลองแทนโบสถ์หลังเดิมที่ชำรุดทรุดโทรม
พ.ศ. 2500 มีการก่อสร้างศาลาการเปรียญคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดใหญ่ เพื่อใช้เป็นพื้นที่รองรับชาวบ้านในการทำบุญ ฟังเทศน์ และจัดกิจกรรมงานประเพณีต่างๆ ของชุมชน
พ.ศ. 2540 ทางวัดได้สร้างพระประธานประจำศาลาการเปรียญ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 28 นิ้ว สูง 38 นิ้ว เพื่อเป็นที่เคารพสักการะแก่ผู้มาร่วมพิธีบนศาลา
อีกหนึ่งแลนด์มาร์กทางสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นและเป็นที่ภาคภูมิใจของชาวอำเภอเสนา คือ "พระบรมธาตุเจดีย์ศรีเสนา" เจดีย์องค์ใหญ่ทรงกลมสีขาวตั้งตระหง่านอยู่ริมน้ำ ซึ่งถอดแบบและจำลองสถาปัตยกรรมมาจากพระธาตุเจดีย์ของวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ บางเขน กรุงเทพมหานคร นับเป็นสิ่งก่อสร้างรุ่นหลังที่เข้ามาเติมเต็มทัศนียภาพของวัดให้มีความสง่างามและเป็นจุดสังเกตที่เด่นชัดแก่ผู้ที่สัญจรผ่านทางน้ำ
ในปัจจุบัน วัดใบบัวมี พระครูพิสุทธิ์คุณากร (สนธยา สุทฺธิลาโภ ป.ธ.3) ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาส ทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมใจในการบริหารงานวัดและสืบทอดพระพุทธศาสนา วัดใบบัวไม่เพียงแต่เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่กึ่งแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมริมน้ำที่ยังคงรักษาความเงียบสงบและร่มรื่นเอาไว้ได้อย่างดี
ทุกๆ ปีในช่วงเทศกาลสงกรานต์ (เดือนเมษายน) ทางวัดร่วมกับเทศบาลและชุมชนในพื้นที่ จะจัด งานประเพณีแห่ผ้าห่มพระธาตุทางน้ำ ซึ่งจะมีการจัดขบวนเรือแห่ผ้าอย่างสนุกสนานไปตามแม่น้ำน้อย ก่อนจะนำผ้าขึ้นมาทำพิธีห่มองค์พระบรมธาตุเจดีย์ศรีเสนา เป็นการสืบสานประเพณีพื้นบ้านและแสดงออกถึงความศรัทธาอันเหนียวแน่นที่ชาวบ้านกระทุ่มมีต่อวัดใบบัวแห่งนี้มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด
พระบรมธาตุเจดีย์ศรีเสนา