Ayothaya T+

วัด

ปราสาทนครหลวง

หมู่ 1 ต.นครหลวง อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา 13260

0 วิว 1 รูปภาพ
ภาพปก

ประวัติความเป็นมา

                 ปราสาทนครหลวง ตั้งอยู่ที่ตำบลนครหลวง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นโบราณสถานสุด Unseen และงดงามด้วยสถาปัตยกรรมไทย-เขมร ในอดีตเป็นที่ประทับแรม  ของพระมหากษัตริย์ระหว่างเสด็จไปนมัสการรอยพระพุทธบาทสระบุรี ปัจจุบันเปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน   

🏛 ประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ

  • ผู้สร้าง : สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง โปรดให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2174 โดยจำลองแบบมาจาก "ปราสาทศิลา" (พระนครหลวง) ในประเทศกัมพูชา เพื่อเฉลิมพระเกียรติที่ได้กัมพูชากลับมาเป็นประเทศราช
  • สถาปัตยกรรม : ก่ออิฐถือปูนเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า 3 ชั้น ล้อมรอบด้วยระเบียงคดและซุ้มปรางค์สไตล์เขมร ทว่าการก่อสร้างยังไม่เสร็จสมบูรณ์          ในสมัยอยุธยา
  • การเปลี่ยนผ่าน : หลังจากกรุงศรีอยุธยาแตกในปี พ.ศ. 2310 สถานที่แห่งนี้ถูกทิ้งร้าง จนกระทั่ง ปี พ.ศ. 2352 ตาปะขาวปิ่น ได้เข้ามาบูรณะและสร้างมณฑปไว้บนชั้นสูงสุด จนกลายเป็น  "วัดนครหลวง" ในปัจจุบัน

จุดไฮไลต์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ควรพลาด

  • ศิลาพระจันทร์ลอย : แผ่นหินแกรนิตทรงกลมขนาดใหญ่แกะสลัก ประดิษฐานอยู่ในศาลาก่อนทางเข้าปราสาท เป็นจุดแรกที่นักท่องเที่ยวนิยม          แวะกราบไหว้ 
  • พระพุทธบาทสี่รอย : ประดิษฐานอยู่ภายในมณฑปบนลานชั้นบนสุดของปราสาท มีลักษณะเป็นรอยพระพุทธบาทซ้อนกัน 4 รอยลึกลงไปในเนื้อหิน
  • พระพิฆเนศ ปางชนะมาร : องค์พระพิฆเนศโบราณอายุกว่า 300 ปี ประทับบนบัลลังก์กะโหลก เลื่องชื่อในหมู่สายมูเรื่องการขอพรให้ชนะอุปสรรค     การงานมั่นคง และโชคลาภร่ำรวย
  • พระพุทธรูปด้านหลังปราสาท : มุมมหาชนที่สายถ่ายรูปห้ามพลาด เป็นจุดที่องค์พระประธานประดิษฐานอยู่ใต้ช่องเพดานที่เปิดโล่ง มองเห็นท้องฟ้า ด้านบนได้อย่างงดงาม 

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด

องค์พระพิฆเนศ ปางชนะมาร

พระพิฆเนศ ปางชนะมาร ประทับบัลลังก์กะโหลก อายุกว่า 300 ปี โดยมีความเชื่อว่า มาขอพรในเรื่องของหน้าที่การงาน มีความโชคดี แก้เคล็ดต่างๆ และมีโชคลาภ วิธีการไหว้พระพิฆเนศ 1. ธูป 9 ดอก เทียน 2 เล่ม พวงมาลัย ถวายองค์องค์พระพิฆเนศ (สามารถนำผลไม้ น้ำ นม มาถวายเองได้) 2. การขอพร ให้เอ่ยถึงชื่อ วันเดือนปีเกิดของตัวเอง ขอพรสิ่งที่ปรารถนา บอกให้ชัดเจน 3. นำน้ำ ดอกไม้ ของไหว้ไปถวายองค์พระพิฆเนศ 4. นำแบงก์ 20 จำนวน 2 ใบ แตะไปที่ถ้วยน้ำมนต์ที่องค์พระพิฆเนศถือ นึกถึงสิ่งที่ขอพร 5. เก็บแบงก์ 20 ไว้เป็นเงินขวัญถุง 1 ใบ อีกใบทำบุญ วางบนพาน 6. หยิบกระดิ่งมาสั่น เพื่อให้ท่านรับรู้สิ่งที่เราขอพร 7. กระซิบที่ข้างหูหนูมุสิกะ ปิดหูหนูมุสิกะ 1 ข้าง พูดถึงพรที่ขอ

ตำหนักนครหลวง หรือ ศาลพระจันทร์ลอย

ตำหนักนครหลวง หรือ ศาลพระจันทร์ลอย ตั้งอยู่ด้านหน้าปราสาทนครหลวง มีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบอาคารจัตุรมุข ปฏิสังขรณ์ใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 5 พระปลัด (ปลื้ม) หรือพระครูวิหารกิจจานุการได้นำพระจันทร์ลอยจากวัดเทพจันทร์ลอย ต.พระจันทร์ลอย อ.นครหลวง ซึ่งอยู่ใกล้กับปราสาทนครหลวงมาประดิษฐานไว้ แต่ตัวแผ่นหินพระจันทร์ลอยนั้นคืออะไรกันแน่? แผ่นหินพระจันทร์ลอย มีลักษณะเป็นแผ่นหินแกรนิตทรงกลมคล้ายดวงจันทร์ขนาดใหญ่ มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2 เมตร หนา 6 นิ้ว บนแผ่นหินมีรูปแกะสลักที่ค่อนข้างดูยาก ด้านหนึ่งสลักเป็นรูปพระเจดีย์สององค์และพระพุทธ ตำนานเล่าว่าแผ่นหินแกรนิตทรงกลมแผ่นนี้ลอยมาตามแม่น้ำป่าสักจากทางทิศเหนือ ชาวบ้านที่พบเห็นต่างพากันแปลกใจเพราะหินหนักขนาดนั้นไม่น่าจะลอยน้ำได้ จึงเรียกว่า “พระจันทร์ลอย” และถือเป็นของศักดิ์สิทธิ์ที่มาเองโดยไม่มีใครอัญเชิญมา มีผู้สันนิษฐานว่าแผ่นหินดังกล่าวอาจเป็นธรรมจักรที่ยังสร้างไม่เสร็จก็เป็นได้ ไม่ว่าจะเป็นอะไร — ธรรมจักร ของศักดิ์สิทธิ์ที่ลอยมาตามน้ำ หรือแค่หินกลมที่ช่างแกะสลักทิ้งไว้ค้างงาน — สิ่งที่แน่ชัดคือแผ่นหินแผ่นนี้ดึงดูดความเชื่อและความศรัทธาของผู้คนมาหลายร้อยปี และยังคงดึงดูดต่อไปในทุกวันนี้ ส่วนชื่อ “ท่าพระจันทร์” ในกรุงเทพฯ นั้น เชื่อกันว่ามีความเชื่อมโยงกับชื่อ “พระจันทร์ลอย” แห่งนี้ แม้สายสัมพันธ์ที่แน่ชัดยังคงเป็นที่ถกเถียงกันในหมู่นักประวัติศาสตร์