Ayothaya T+

วัด

วัดบางระกำ

125 หมู่ 3 ถ.- ต.บางระกำ อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา 13260

1 วิว 4 รูปภาพ
ภาพปก

ประวัติความเป็นมา

วัดบางระกำ อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่เลขที่ 125 บ้านบางระกำ หมู่ที่ 3 ตำบลบางระกำ อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บนพื้นที่ตั้งวัดประมาณ 14 ไร่ 3 งาน 60 ตารางวา โดยลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบ ทำให้บรรยากาศรอบวัดโปร่ง โล่ง เดินชมพื้นที่ได้สบาย เหมาะกับทั้งสายทำบุญไหว้พระแบบเรียบง่าย และคนที่อยากแวะชมสถาปัตยกรรมอาคารเสนาสนะที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของวัดท้องถิ่นในอยุธยาด้วย
 
สิ่งที่ทำให้หลายคนจดจำวัดบางระกำได้ทันทีคือ “อุโบสถฐานเรือสำเภา” ซึ่งเป็นอุโบสถขนาดกว้างประมาณ 7.50 เมตร ยาวประมาณ 14 เมตร โครงสร้างก่ออิฐถือปูน รูปทรงฐานเรือสำเภานั้นให้ความรู้สึกเหมือนเรือที่กำลังแล่นอยู่บนผืนดิน เป็นสัญลักษณ์เชิงความเชื่อที่พบในวัดหลายแห่งของไทย โดยมักสื่อถึงการพาข้ามพ้นทุกข์หรือพาข้ามฝั่งแห่งวัฏสงสารในทางพุทธศาสนา ขณะเดียวกันก็สะท้อนรสนิยมและภูมิปัญญาช่างท้องถิ่นที่ผสมทั้งความงามและความหมายไว้ด้วยกันอย่างนุ่มนวล เมื่อเดินเข้าไปใกล้ ๆ จะเห็นสัดส่วนอุโบสถที่กำลังพอดี ไม่ใหญ่โตจนห่างเหิน แต่ก็ไม่เล็กจนขาดความสง่า ทำให้มุมถ่ายภาพสวยได้หลายจุด โดยเฉพาะช่วงเช้าและช่วงเย็นที่แสงตกกระทบผนังอาคารพอดี
 
ภายในอุโบสถประดิษฐาน “พระประธาน” เป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชน และเป็นจุดที่ผู้มาเยือนส่วนใหญ่นิยมเข้าไปกราบสักการะ ขอพรเรื่องความเป็นสิริมงคล การงาน การเงิน และความร่มเย็นของครอบครัวตามวิถีความเชื่อของชาวบ้านในพื้นที่ หากคุณตั้งใจมาไหว้พระแบบมีสมาธิ แนะนำให้ใช้เวลาอยู่ในอุโบสถสักพัก ตั้งจิตให้สงบ แล้วค่อยอธิษฐานแบบเป็นเรื่องเป็นราว จะรู้สึกว่า “วัดเงียบพอดี” ไม่วุ่นวายเกินไป และยังมีความเป็นวัดชุมชนที่จริงใจอยู่มาก
 
นอกจากอุโบสถแล้ว วัดบางระกำยังมี “วิหาร” ขนาดกว้างประมาณ 11 เมตร ยาวประมาณ 14 เมตร ซึ่งสร้างด้วยไม้ เป็นอีกอาคารที่ให้กลิ่นอายความคลาสสิกของวัดท้องถิ่นในภาคกลาง เพราะงานไม้จะมีเสน่ห์เฉพาะตัว ทั้งผิวสัมผัสของเนื้อไม้ โทนสี และรายละเอียดการประกอบชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่มองแล้วรู้เลยว่าเป็นสิ่งที่ต้องอาศัยช่างที่ชำนาญจริง ๆ อาคารไม้แบบนี้มักทำให้บรรยากาศในวัดดูอบอุ่นขึ้นโดยอัตโนมัติ ต่อด้วย “ศาลาการเปรียญ” กว้างประมาณ 10 เมตร ยาวประมาณ 18 เมตร เป็นอาคารไม้เช่นกัน ใช้เป็นพื้นที่ประกอบศาสนพิธี งานบุญ และกิจกรรมของชุมชน รวมถึงเป็นจุดที่หลายคนมักนั่งพัก พูดคุย หรือรอเวลาเข้าทำบุญในวันสำคัญ
 
ด้านกุฏิสงฆ์ของวัดมีจำนวนประมาณ 6 หลัง (อาคารไม้) ซึ่งสะท้อนว่าเป็นวัดที่มีพระจำพรรษาและดำเนินกิจของสงฆ์ตามปกติ พร้อมด้วย “หอระฆัง” ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของวัดไทย เพราะระฆังไม่ใช่แค่เครื่องตีบอกเวลา แต่ยังสื่อถึงเสียงธรรมและการปลุกใจให้ระลึกถึงความไม่ประมาทด้วย หากคุณมาวัดช่วงเช้า บางวันอาจได้ยินเสียงระฆังหรือเสียงกิจวัตรของพระสงฆ์เป็นแบ็กกราวด์เบา ๆ ทำให้บรรยากาศดูนิ่งและเป็นธรรมชาติขึ้นไปอีก
 
ในด้านประวัติความเป็นมา วัดบางระกำมีข้อมูลเล่าสืบต่อกันว่าเริ่มสร้างเป็นวัดราว พ.ศ. 2395 โดยผู้สร้างวัดมีนามว่า “นางทองคำ” ร่วมกับชาวบ้านในละแวกนี้ช่วยกันก่อร่างขึ้นมา ก่อนที่จะได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาราว พ.ศ. 2400 ซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญของวัดไทย เพราะการได้รับวิสุงคามสีมาหมายถึงการมีเขตอุโบสถที่ได้รับการรับรองสำหรับประกอบสังฆกรรมอย่างถูกต้องตามพระวินัย เป็นการยืนยันสถานะและความมั่นคงของวัดในระบบคณะสงฆ์ด้วย นี่จึงเป็นวัดที่มีรากอยู่กับชุมชนมายาวนาน และยังคงทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางใจของคนในตำบลบางระกำเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
 
ถ้าพูดถึง “จุดเด่นที่ควรสังเกต” เวลาเดินชมวัดแบบไม่เร่งรีบ แนะนำให้ไล่มอง 3 อย่างนี้ไปพร้อมกันคือ (1) รูปทรงฐานเรือสำเภาของอุโบสถที่ดูเรียบแต่มีความหมาย (2) งานอาคารไม้ของวิหารและศาลาการเปรียญที่ให้ความรู้สึกคลาสสิกและอบอุ่น (3) บรรยากาศวัดชุมชนที่ยังมีชีวิตจริง ไม่ได้เป็นแค่วัดถ่ายรูป แต่เป็นวัดที่มีพิธีกรรมและกิจวัตรของคนในพื้นที่อยู่จริง ๆ ทำให้การมาเยือนเหมือนได้สัมผัส “อยุธยาอีกมุม” ที่ไม่จำเป็นต้องเป็นโบราณสถานใหญ่เสมอไป

รูปภาพเพิ่มเติม

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด

หลวงพ่อขาวองค์ใหญ่

โดดเด่นด้วยองค์หลวงพ่อขาว พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านในพื้นที่อำเภอนครหลวง การขอพร: ผู้คนนิยมเดินทางมาขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล แคล้วคลาดปลอดภัย และขอความสำเร็จด้านการงานและการเงินเช่นเดียวกับหลวงพ่อขาวองค์อื่นๆ ในจังหวัด