Ayothaya T+

วัด

วัดสำพะเนียง

136 หมู่ 6 ต.สำพะเนียง อ.บ้านแพรก จ.พระนครศรีอยุธยา 13240

0 วิว 5 รูปภาพ
ภาพปก

ประวัติความเป็นมา

          เดิมชื่อ วัดสนามควายเพราะเป็นสถานที่แข่งควายในสมัยโบราณ จากคำบอกเล่าของนายแถม เรืองบุปผา อายุ 85 ปี นายขำ ชื่นตระกูล อายุ 89 ปี และนายบาง ฉายเนตร อายุ 88 ปี ว่าพ่อแม่ปู่ย่าตายายเล่าให้ฟังว่า วัดสนามควาย สร้างเมื่อปี พ.ศ.2330 หรือประมาณ 200 กว่าปีมาแล้ว เดิมเป็นสำนักสงฆ์ มีพระภิกษุอยู่ 2 รูป มีกุฏิ 2 หลัง ฝากุฏิและหลังคามุงด้วยแฝก ไม่ปรากฏผู้สร้าง มีพระเขมรเป็นพระอาจารย์ชาวบ้านเรียกท่านว่า อาจารย์หูยาน ท่านอยู่ได้ 28 ปี ก็มรณภาพ

          ปี 2358 พระพุ่มเป็นพระอาจารย์ดูแลวัด มีพระภิกษุ 2 รูป ชาวบ้านช่วยสร้างกุฏิแบบเดิมขึ้นอีก 1 หลัง ศาลาสำหรับทำบุญ 1 หลัง และมีการสร้างพระอุโบสถขึ้น เพราะชาวบ้านเลื่อมใสศรัทธาพระอาจารย์พุ่มมาก ท่านเป็นเจ้าอาวาสอยู่ 21 ปี ก็มรณภาพ จนถึง พ.ศ. 2379 มีพระหนูเป็นเจ้าอาวาส ชาวบ้านช่วยกันเลื่อยไม้สร้างกุฏิแบบเดียวกันขึ้นอีก 1 หลัง รวมเป็น 4 หลัง อยู่มาประมาณ 10 กว่าปี พระขำซึ่งเป็นชาวบ้านคลองน้อย ได้ติดไฟต้มน้ำร้อนตอนกลางคืน แล้วลืมดับไฟ ทำให้เกิดไฟไหม้กุฏิทั้ง 4 หลัง เหลือเพียงศาลาหลังเดียว พระต้องมาอาศัยศาลาอยู่ ชาวบ้านจึงช่วยกันหาไม้มาสร้างกุฏิให้ใหม่ พระหนูเป็นเจ้าอาวาสอยู่ 20 ปี  ก็มรณภาพเมื่อ พ.ศ. 2400 พระสาดเป็นเจ้าอาวาสสืบต่อมา จึงได้มีการสร้างกุฏิเพิ่มขึ้นอีก 3 หลัง

    พ.ศ. 2426 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประภาสต้นทางชลมารคมายังจังหวัดลพบุรี ทรงเปลี่ยนเรือพระที่นั่งบริเวณหน้าวัดสนามควายหรือวัดสำพะเนียง เป็นเหตุการณ์ที่ชาวบ้านแพรกจดจำเล่าขานกันจนถึงปัจจุบัน

          พ.ศ. 2457 พระหมีเป็นเจ้าอาวาส ชาวบ้านเคารพเลื่อมใสมาก ได้นำเรือนไทยโบราณ 2 หลังมาถวาย พระหมีเป็นเจ้าอาวาสอยู่ไม่ถึงปีก็มรณภาพ เพราะชรามากแล้ว พระเทียนตั้งตัวเป็นเจ้าอาวาสต่อมาแต่ชาวบ้านไม่ชอบ พระลูกวัดก็พากันไปอยู่วัดอื่นหมดเหลือพระเทียนเพียงรูปเดียว ชาวบ้านไม่ทำบุญตักบาตร จนคืนหนึ่งมีคนแกล้งยิงปืน แต่ไม่ให้ถูกพระเทียน ท่านเลยไปอยู่ที่อื่น พระลูกวัดจึงกลับมาที่เดิม

          พ.ศ. 2458 พระกิ่ง จันทสุวัฒโน เป็นเจ้าอาวาส ท่านเป็นคนสำพะเนียง ชาวบ้านเคารพนับถือมาก ตอนนั้นท่านอายุได้ 46 ปี เป็นพระนักพัฒนา ท่านนำชาวบ้านสร้างกุฏิ วิหาร ซ่อมแวมพระอุโบสถ เป็นสมัยที่วัดเจริญรุ่งเรืองด้านการก่อสร้างมาก พอถึง พ.ศ. 2473 พระอธิการเถิ่งกับนายเล็ก ทองไทย ได้ขออนุญาตเปลี่ยนชื่อวัด เป็นชื่อ วัดสำพะเนียงพระสังฆราชในสมัยนั้นคือ สมเด็จพระสังฆราชเฮง และได้มีการสร้างศาลาการเปรียญ 1 หลัง ใช้เสาไม้ซุงขนาดใหญ่ หลังคามุงกระเบื้องดินเผา 

          พ.ศ. 2487 ชาวบ้านอยากได้ พระอาจารย์แร่ อตฺตโม เป็นเจ้าอาวาส แต่ในวัดมีพระภิกษุที่มีคุณสมบัติเหมาะสมหลายรูป จึงต้องนิมนต์กรรมการสงฆ์จากจังหวัดมาประชุมเลือกพระอธิการ ปรากฏว่า เลือกได้ พระอาจารย์แร่ ตามความประสงค์ ในปีนั้นจึงมีการขยายหอสวดมนต์ สร้างศาลา ซ่อมพระอุโบสถ ยกช่อฟ้า ทำคันทวยและซุ้มประตู พระอาจารย์แร่ซึ่งต่อมาเป็นพระครูอุดม สิทธิการ (แร่)

รูปภาพเพิ่มเติม

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด

หลวงปู่แร่