Ayothaya T+

วัด

วัดสันติการาม

หมู่ 6 ต.พระขาว อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา 13250

2 วิว 5 รูปภาพ
ภาพปก

ประวัติความเป็นมา

             วัดสันติการาม ชื่อเดิม วัดสิงห์คต บางคนเรียกวัดสีคต  ตั้งอยู่ริมคลองบางบาล ต.พระขาว อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอบางบาลประมาณ ๖.๘ กม. ตามทางหลวงชนบทหมายเลข ๔๐๑๖ วัดสีคต ได้เปลี่ยนชื่อเป็นวัดสันติการราม เมื่อ พ.ศ.๒๔๙๗  เมื่อครั้งหลวงปู่ทิม เป็นเจ้าอาวาส  จากนั้นหลวงปู่ทิมก็ย้ายมาอยู่วัดพระขาว   ตามประวัติวัดสร้างราวปี พ.ศ.๒๒๗๐ และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาราว พ.ศ.๒๔๗๗  อยู่ในรัชสมัยพระเจ้าอยู่บรมโกศ (พ.ศ.๒๒๗๕ – ๒๓๐๑) แห่งกรุงศรีอยุธยา จากประวัติศาสตร์กล่าวว่าพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศซึ่งเป็นพระราชโอรสของสมเด็จพระเจ้าเสือ (พ.ศ.๒๒๔๖ – ๒๒๕๑) แห่งกรุงศรีอยุธยา พระองค์ทรงครองราชย์ยาวนานถึง ๒๖ ปี พระองค์ทรงมีความเลื่อมใสศรัทธาและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาเป็นอันมาก โปรดเกล้า ฯ ให้บูรณะปฏิสังขรณ์วัดวาอารามทั้งในกรุงศรีอยุธยาและในบรรดาหัวเมืองต่าง ๆ  สำหรับริมฝั่งคลองบางบาล มีหลายวัดที่สร้างในรัชสมัยของพระองค์ เช่น  วัดโบสถ์ วัดนกกระจาบ วัดไผ่ล้อม  วัดกำแพงแก้ว วัดจันทาราม(ตะโก) และวัดโพธิ์กบเจา เป็นต้น  ตำนานของวัดที่เล่าสืบต่อกันมากล่าวว่า ในสมัยโบราณครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีพื้นที่บริเวณวัดสีคต จะเป็นที่พักช้างของทัพพม่าซึ่งตั้งค่ายหลวงอยู่ที่วัดสีกุก ต่อมามีช้างสำคัญได้ล้มลงพม่าจึงได้ฝังไว้ที่บริเวณวัดสีคต ปัจจุบันคือใต้อุโบสถ  และเป็นที่มาของการสร้างซุ้มประตูรูปช้างที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน 

รูปภาพเพิ่มเติม

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด

หลวงพ่อเพ็ชร

🛕 วัดสันติการาม (วัดสิงห์คต): สัมผัสร่องรอยประวัติศาสตร์ทัพพม่า และกราบขอพรพระเกจิแห่งบางบาล พิกัด: ริมคลองบางบาล ตำบลพระขาว อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วัดสันติการาม หรือที่ชาวบ้านในอดีตคุ้นเคยกันในชื่อ "วัดสิงห์คต" (หรือวัดสีคต) เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา (ราว พ.ศ. 2270) ในรัชสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ นอกจากความสงบร่มเย็นแล้ว ที่นี่ยังซ่อนเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และตำนานความศักดิ์สิทธิ์ของพระเกจิอาจารย์ชื่อดังไว้มากมาย ✨ ตำนานที่มาของ "ซุ้มประตูรูปช้าง" ตามตำนานเล่าขานกันว่า ในสมัยอยุธยา พื้นที่ของวัดแห่งนี้เคยเป็นที่พักช้างของกองทัพพม่า ต่อมามีช้างสำคัญของพม่าล้ม (ตาย) ลง จึงได้นำมาฝังไว้ ณ บริเวณที่เป็นพระอุโบสถในปัจจุบัน ทางวัดจึงได้สร้าง "ซุ้มประตูรูปช้าง" ไว้เป็นสัญลักษณ์และกลายเป็นจุดเด่นที่สำคัญของวัด 🙏 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด หากได้มาเยือนวัดสันติการาม จุดที่ต้องเข้าไปกราบสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล ได้แก่: หลวงพ่อเพชร: พระประธานองค์สำคัญที่ประดิษฐานอยู่ภายในพระอุโบสถ เป็นศูนย์รวมความศรัทธาของชาวตำบลพระขาว รูปปั้นดิน "หลวงพ่อสุ่น": หลวงพ่อสุ่น (แห่งวัดบางปลาหมอ) คือผู้ที่ริเริ่มบูรณปฏิสังขรณ์วัดนี้ ความอัศจรรย์คือรูปปั้นของท่านในอุโบสถ เป็นรูปปั้นที่ "ปั้นด้วยดินตั้งแต่ครั้งที่ท่านยังมีชีวิตอยู่" รำลึกบารมีพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง: วัดแห่งนี้เคยมีอดีตเจ้าอาวาสที่เปี่ยมด้วยบารมีอย่าง "หลวงปู่ทิม" (ช่วง พ.ศ.2493–2496 ก่อนที่ท่านจะย้ายไปเป็นที่รู้จักเกริกไกรที่วัดพระขาว) และยังมี "หลวงพ่อพุฒ" พระเกจิอาจารย์ที่เป็น "หมอยา" เลื่องชื่อในยุคอดีต 🌟 ศักดิ์สิทธิ์อย่างไร และควรขอพรเรื่องอะไร? ด้านสุขภาพและปัดเป่าโรคภัย: ด้วยบารมีของ "หลวงพ่อพุฒ" ที่เคยเป็นพระเกจิหมอยา ผู้คนจึงเชื่อกันว่าหากมาทำบุญและอธิษฐานจิตที่นี่ จะช่วยดลบันดาลให้สุขภาพแข็งแรง โรคภัยไข้เจ็บทุเลาลง ความแคล้วคลาดและเมตตามหานิยม: ขอบารมีจากองค์หลวงพ่อเพชร หลวงพ่อสุ่น และหลวงปู่ทิม ให้ช่วยคุ้มครองปกปักรักษา แคล้วคลาดจากอันตราย และมีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต 💡 วิธีขอพรและเคล็ดลับการกราบไหว้ จุดเช็กอินและระลึกประวัติศาสตร์: เริ่มต้นจากการเดินลอดและถ่ายรูปที่ ซุ้มประตูรูปช้าง เพื่อซึมซับเรื่องราวประวัติศาสตร์ของสถานที่ สักการะในพระอุโบสถ: นำดอกไม้ ธูป เทียน เข้าไปกราบ "หลวงพ่อเพชร" และ "รูปปั้นดินหลวงพ่อสุ่น" ในอุโบสถ ตั้งนะโม 3 จบ ทำสมาธิให้แน่วแน่ และกล่าวขอพรอย่างเจาะจง เคล็ดลับ: หากมาขอพรเรื่องสุขภาพ แนะนำให้ตั้งจิตระลึกถึงบารมีของหลวงพ่อพุฒ (พระเกจิหมอยา) หากขอพรเรื่องความเจริญรุ่งเรืองและการงาน ให้ระลึกถึงบารมีหลวงพ่อสุ่นและหลวงปู่ทิม เมื่อสำเร็จผลดั่งหวัง นิยมกลับมาทำบุญชำระหนี้สงฆ์หรือบำรุงวัดเพื่อต่อยอดบุญกุศล