ประวัติความเป็นมา
วัดโบสถ์บ้านแพรกเดิมชื่อ “วัดบ้านแพรกตะวันตก” เพราะอยู่ทางด้านตะวันตกของแม่น้ำลพบุรีในอาณาเขตใกล้เคียงมีวัดร้างอีก 1 วัดชื่อวัดโคกลำพาน อยู่ด้านหลังของวัดโบสถ์ปัจจุบัน สำหรับประวัติวัดนั้น ได้รับคำบอกเล่าจาก นายหริ่ม ชูเกษร ท่านเกิดเมื่อปี พ.ศ. 2430 ช่วงที่เล่าอายุได้ 75 ปี กล่าวโดยสังเขปคือ มีชาวเขมรคนหนึ่งอพยพหนีภัยสงครามจากเมืองอักตะบือ เดินทางด้วยเท้าเปล่ารอนแรมมาค่ำไหนก็พักนอน ดั้นด้นมาถึงตำบลสำพะเนียง เดิมขึ้นต่ออำเภอมหาราช(นครใหญ่) และตั้งรกรากอยู่ที่ บ้านสำพะเนียงเป็นลูกจ้าง รับจ้างทำนา ทราบชื่อภายหลังว่าชื่อนายกลั่น เป็นคนที่มีความขยันหมั่นเพียรพยายาม คนสามารถสร้างฐานะของตนเองดีขึ้น ในที่สุดก็พบกับความรัก แต่งงานกับสาวชาวบ้านสำพะเนียง
เพียงช่วงระยะไม่กี่ปี นายกลั่นก็มีฐานะร่ำรวยมาจากลูกจ้างกลายมาเป็นนายจ้างเก็บเงินทองซื้อที่ดินได้เป็นจำนวนนับ 1000 ไร่ และมีข้าทาสบริวารมากมาย ในสมัยนั้นมีการซื้อขายทาสในราคาถูกมาก นายกลั่นได้ไปซื้อทาสมาเป็นบริวารของตน โดยไปซื้อทาสจากหนองโดน บ้านหมอ (สระบุรี) มาจำนวนมากมาย เกณฑ์แรงงานพวกทาสมาทำนาและทำทุกอย่าง โดยใช้ทาสอย่างทารุณ และมีการเฆี่ยนตีทาสด้วย จนบางครั้งการทำทารุณทาส ทำให้นายกลั่นอดคิดและสงสารพวกทาสที่มีความซื่อสัตย์ ความจงรักภักดีต่อตนถึงตนเองจะทำทารุณขนาดไหนก็ตามนายกลั่น คิดที่จะถ่ายบาปของตนโดยการสร้างวัด
วันหนึ่งนายกลั่นได้พาพวกข้าทาสบริวาร ชาย หญิง ของตนท่องเที่ยวขึ้นมาทางตอนบนของตำบลสำพะเนียง มาพบกับบริเวณโค้งแม่น้ำลพบุรีที่มีต้นไม้ เป็นป่าไม้ ป่าตะเคียน เป็นป่าตาล ขึ้นคลุมเป็นที่อยู่อาศัยของนกนานาชนิดและกระต่ายจำนวนมากเหมาะที่จะสร้างวัด นายกลั่นจึงติดต่อเจ้าของที่ดินเพื่อซื้อใช้เป็นสถานที่วัดเนื้อที่จำนวน 26 ไร่ 2 งาน 4 ตารางวา ขอซื้อจากเจ้าของนา แต่เจ้าของนาไม่ยอมขายให้หมด ขายให้เพียงครึ่งหนึ่งและสมทบร่วมสร้างวัดด้วยอีกครึ่งหนึ่ง การสร้างวัดสมัยนั้นใช้แรงงานจากทาสประมาณ 40-50 คนและแรงศรัทธาจากประชาชนจำนวนหลายร้อยคนหลังจากสร้างวัดเสร็จเรียบแล้วเป็นช่วงของการเลิกทาสพอดีในแผ่นดินของพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 นายกลั่นได้มีการปลดปล่อยทาสของตนเองทั้งหมดให้กลับภูมิลำเนาเดิมของตนเองและพวกทาสไม่ยอมกลับ ยังมีความรักความอาลัยที่นายกลั่นได้เลี้ยงดูพวกตน ร่ำให้อ้อนวอนขออยู่กับนายกลั่น ทาสผู้ชายขอบวชแทนคุณ ทาสผู้หญิงขอรับใช้แทนข้าวสุกต่อไป
สำหรับตัวนายกลั่นเอง มีความเลื่อมใสในพุทธศาสนามาก คิดอยู่ตลอดเวลาว่า ตัวเองเป็นหนี้บุญคุณพื้นแผ่นดินไทย ที่เดินทางเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร จึงบวชเป็นพรภิกษุที่วัดนี้
สำหรับด้านฝั่งตะวันออกของแม่น้ำลพบุรีมีวัดอีกวัดหนึ่งชื่อ “วัดบ้านแพรกตะวันออก” ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นวัดเขียนลาย วัดบ้านแพรกตะวันตกปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดโบสถ์” กุฎิเก่าจะอยู่ติดกับแม่น้ำลพบุรีหรือสนามฟุตบอลติดกับศาลาการเปรียญหลังปัจจุบัน
รูปภาพเพิ่มเติม
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด
หลวงพ่อใช้