Ayothaya T+

วัด

วัดเขียนลาย

- หมู่ 4 ถ.- ต.บ้านแพรก อ.บ้านแพรก จ.พระนครศรีอยุธยา 13240

0 วิว 5 รูปภาพ
ภาพปก

ประวัติความเป็นมา

         วัดเขียนลายเดิมชื่อ วัดบ้านแพรกตะวันออก วัดนี้เริ่มสร้างขึ้นเมื่อสมัยพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จขึ้นครองราชย์ได้ประมาณ 9 ปี พ.ศ. 2420 หรือประมาณ 141 ปีมาแล้วเดิมทีเดียว  บริเวณที่ตั้งวัดเป็นรกร้างว่างเปล่าอยู่ติดกับแม่น้ำลพบุรีฝั่งตะวันออก เป็นที่ไม่มีเจ้าของ มีหินดินมีกองอิฐสลักหักพัง มีฐานเจดีย์อิฐกระจายอยู่เกลื่อนกลาด  มีต้นกระถินขึ้นเต็มไปหมด เป็นพื้นที่ของวัดร้างเดิมแน่นอน

          ในระแวกบ้านมีสามีภรรยาคู่หนึ่งสามีชื่อเขียน ภรรยาชื่อลาย เป็นคนใจบุญ มีความเมตตาเป็นที่รักใคร่ของเพื่อนบ้าน  คืนหนึ่งสองสามีภรรยาฝันว่ามีเทวดาลงมาบอกให้คิดสร้างวัดขึ้นในหมู่บ้านนี้  ตื่นเช้าสองสามีภรรยาต่างเล่าความฝันสู่กันฟังก็ทำให้เกิดความประหลาดใจเป็นอย่างมาก  ที่ฝันตรงกันจึงนำเอาความฝันของตนไปเล่าให้ผู้เฒ่าแก่ในระแวกบ้านนั้นฟัง ได้คำแนะนำให้สร้างขึ้นในบริเวณวัดร้างเก่า  ประกอบกับในบริเวณหมู่บ้านนี้ไม่มีวัดเลยที่มีอยู่ก็อยู่ไกล เวลาจะไปทำบุญก็ลำบากและแถบนี้ก็มีหมู่บ้านมากพอสมควร และหากำนันตำบลบ้านแพรกชาวบ้านเรียกว่า ขุนอ่อน ศิริสุข ขุนอ่อนก็เห็นด้วยจึงมีใบบอกไปยังอำเภอมหาราช  ตอนนั้นบ้านแพรกเป็นตำบลหนึ่งขึ้นกับอำเภอมหาราช  ตามใบบอกใบนั้นพระที่มาเป็นเจ้าอาวาสนั้นชาวบ้านได้ปรึกษาหารือกันแล้วไปนิมนต์พระสด  ซึ่งมีภูมิลำเนาเดิมอยู่ในหมู่บ้านนี้ แต่ไปบวชจำพรรษาอยู่ที่วัดบางมอญ ตำบลบางมอญ อำเภอมหาราชให้มาเป็นเจ้าอาวาส พระสดก็รับปาก เมื่อนิมนต์พระสดมาเป็นเจ้าอาวาส ชาวบ้านเรียกว่าหลวงพ่อสดก็เริ่มสร้างศาลาการเปรียญ ก่อสร้างโบสถ์ ก่อสร้างหอสวดมนต์ หอกลอง หอฉัน ราว พ.ศ. 2440-2450

          เหตุที่ให้ชื่อว่าวัดเขียนลายก็เพราะท่านเจ้าอาวาสหลวงพ่อสด  ท่านมีฝีมือในทางช่างไม้และสามารถเขียนลายต่าง ๆ เพื่อทำการแกะสลักได้เป็นอย่างดี ในระแวกบ้านนั้นหาใครมีฝีมือเหมือนท่านเลย ประกอบกับสามีภรรยาที่ฝันริเริ่มการสร้างวัดขึ้นนั้น สามีชื่อเขียน ภรรยาชื่อลาย อาศัยเหตุผลสองอย่างนี้และเป็นอนุสรณ์แค่ผู้สร้างวัดจึงใช้ชื่อว่า  "วัดเขียนลาย"

          ในการสร้างศาลาการเปรียญสองสามีภรรยาได้บริจาคเงินเป็นทุน 2 ชั่งและชาวบ้านในระแวกบ้านนั้น ร่วมบริจาคตามกำลังศรัทธา ทำให้การก่อสร้างศาลาการเปรียญเสร็จเป็นหลังแรกและต่อมาได้ดำเนินการสร้างโบสถ์ เมื่อสร้างโบสถ์เสร็จก็สร้างหอกลอง หอสวดมนต์ หอฉัน ส่วนกุฎิได้สร้างหลังเล็กเพียง 1 หลัง สำหรับหลวงพ่อสดส่วนพระองค์อื่น ๆ จำพรรษาอยู่ที่ศาลาการเปรียญบ้าง โบสถ์บ้างท่านได้ปรารถกับชาวบ้านว่าเมื่อสร้างหอสวดมนต์เสร็จ ค่อยสร้างกุฎิเจ็ดแปดหลัง ท่านได้ควบคุมการก่อสร้างและฝากฝีมือไว้ให้คนรุ่นหลังชมก็ยังพอมีให้ดูคือหน้าบรรณหอกลองซึ่งหลวงพ่อสดได้แกะสลักด้วยฝีมือของท่านเอง เมื่อท่านดำริจะยกช่อฟ้าหอสวดมนต์ท่านก็มรณะภาพเสียก่อน

          เจ้าอาวาสองค์ต่อมาซึ่งบวชอยู่ที่วัดนี้เป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อสดชื่อทองคำ บริสุทโธ ชาวบ้านมักเรียกว่าหลวงพ่อคำ ท่านมีฝีมือทางช่างไม้เก่งพอ ๆ กับหลวงพ่อสด แต่ในการเขียนลายเพื่อทำการแกะสลักฝีมือด้อยกว่าหลวงพ่อสดในสมัยนี้ได้มีการสร้างกุฎิ การก่อสร้างของท่าน ท่านจะซื้อไม้ซุงมาเป็นต้น ๆ ชักรากขึ้นเพื่อทำการเลื่อยเป็นไม้แปรรูป ที่วัดของท่านเอง ท่านจะเป็นผู้แกะตัวไม้ต่าง ๆ เองการเลื่อยเกณฑ์ชาวบ้านมาเลื่อย การก่อสร้างท่านได้ควบคุมการก่อสร้างเองเล่ากันว่าท่านไม่เสียค่าแรงในการสร้างกุฎิเลย เมื่อท่านเกณฑ์ชาวบ้านมา กลางวันท่านก็เลี้ยงอาหารเป็นที่รักใคร่ของชาวบ้านมากท่านมีความรู้พิเศษในด้านการรักษาไข้ เมื่อชาวบ้านเจ็บป่วยจะมาหาท่าน ท่านจะรักษาจนหาย

          ท่านเป็นผู้ริเริ่มการก่อสร้างอาคารเรียนเอกเทศขึ้นเป็นหลังแรก ของตำบลบ้านแพรกเมื่อทางราชการได้สร้างกิ่งอำเภอบ้านขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2481 ท่านก็ช่วยจัดหาโต๊ะเก้าอี้ให้ต่อมาหลวงพ่อทองคำก็ชราภาพจนมรณภาพ เจ้าอาวาสองค์ต่อ ๆ มาไม่ได้ก่อสร้างอะไรเพิ่มเพียงแต่รักษาของเก่าเอาไว้ ของเก่าก็ชำรุดทรุดโทรมลงตามกาลเวลาเป็นช่วงการเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2  วัสดุก่อสร้างหายาก ราคาแพงจึงเป็นเหตุผลทำให้ไม่สามารถสร้างเพิ่มเติม

          จนมาถึงเจ้าอาวาส พระครูสุนทร คุณวัฒน์ นามเดิม แต้ม โรจนปาน เมื่อบวชได้ฉายาว่า “สุทสีโล” มีการสร้างศาลาการเปรียญใหม่ อุโบสถ์หลังใหม่ เพราะของเก่าชำรุดทรุดโทรมมากจึงปรึกษากับชาวบ้านที่ทำบุญวัดนี้ มีผู้มีจิตศรัทธาออกเป็นเสาคอนกรีตเริ่มก่อสร้างศาลาการเปรียญเมื่อปี พ.ศ. 2509 และแล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2513 – 2514 รื้อกุฎิออกแล้วสร้างใหม่ให้อยู่แนวเดียวกัน – พ.ศ. 2517 จัดสร้างกุฎิเจ้าอาวาสใหม่ พ.ศ. 2518 สร้างหอสวดมนต์ใหม่เสร็จ พ.ศ. 2520 พ.ศ. 2521 เริ่มสร้างเมรุเผาศพเตาอบใช้เวลา 2 ปี พ.ศ. 2522 เริ่มสร้างอุโบสถใหม่ของเก่าชำรุดมาก สิ่งที่โดดเด่น ศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของวัดเขียนลาย พระอุโบสถหลังเก่ามีหลวงพ่อปากแดง ในเสมาสวยงามสร้างในยุคสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น กรมศิลปากรยืนยันว่าไม่พบที่วัดไหนในประเทศไทย พบที่วัดเขียนลาย เพียงแห่งเดียวในประเทศไทย

          วัดเขียนลายเป็นวัดที่หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ท่านอุปสมบทที่วัดแห่งนี้ มาตุภูมิของท่านเป็นชาวอำเภอบ้านแพรกโดยกำเนิด

รูปภาพเพิ่มเติม

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด

หลวงพ่อปากแดง