ประวัติความเป็นมา
วัดบันไดช้าง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน้อย ต.หัวเวียง อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ตามประวัติวัดสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ราวปี พ.ศ.2250 ในรัชสมัยพระเจ้าเสือ และสันนิษฐานว่าสร้างโดยเจ้านายชั้นสูงในสมัยนั้น และด้วยบริเวณท่าน้ำวัด มีลักษณะเป็นบันได ขึ้น-ลง แม่น้ำ เป็นสถานที่ข้ามฟากของช้างมาก่อน เนื่องจากเป็นเส้นทางเดินทัพ จึงเรียกว่า "วัดบันไดช้าง" หลังจากเสียกรุงศรีอยุธยา พ.ศ.2310 ได้กลายเป็นวัดร้าง ต่อมาสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ปี พ.ศ.2450 ในสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ มีการบูรณปฏิสังขรณ์ และยกขึ้นเป็นวัดมีพระสงฆ์จำพรรษา เนื่องจากพื้นที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำหน้าน้ำหลากจะมีน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี ทำให้สิ่งก่อสร้างภายในวัดทรุดโทรมเป็นอันมาก ในการนี้วัดบันไดช้างได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงอุปถัมภ์บูรณปฏิสังขรณ์อุโบสถพร้อมทั้งเสด็จพระดำเนินเป็นองค์ประธานทรงเททองหล่อพระพุทธรูปปางสมาธิ เมื่อ 20 ธันวาคม 2557 และประดิษฐานไว้ในอุโบสถ และทรงเป็นองค์ประธานในพิธียกช่อฟ้าอุโบสถ เมื่อ 10 พฤศจิกายน 2562
ปูชนียวัตถุที่สำคัญคือ อุโบสถสมัยอยุธยา วิหารประดิษฐานพระพุทธรูปโบราณจำนวนมาก โดยเฉพาะพระพุทธรูปทรงเครื่องปางห้ามสมุทรซึ่งถือว่าเก่าแก่ที่สุดประมาณค่ามิได้ พระพุทธนิมิตพิชิตมาร กุฏิเจ้าอาวาสไม้สร้างเมื่อ พ.ศ.2456 และรูปปั้นหลวงพ่อลับ หลวงพ่อเทียบ ซึ่งถือได้ว่าเป็นเจ้าอาวาสองค์สำคัญของวัดบันไดช้าง หลวงพ่อลับ “พระครูเขมาภิรมย์ หรือ พระสุวรรณวิมลศีล” (พ.ศ. 2409 – พ.ศ.2491) ท่านเป็นเกจิอาจารย์ 6 แผ่นดินองค์สำคัญของอำเภอเสนา เมื่อ พ.ศ.2457 ท่านเป็นพระอุปัชฌาย์ ของหลวงพ่อสังข์ เจ้าอาวาสวัดน้ำเต้า ต.น้ำเต้า อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา และเมื่อราว พ.ศ.2466 ท่านได้สมณศักดิ์เป็นพระสุวรรณวิมลศีล(ลับ) ย้ายไปดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสุวรรณดาราราม พระนครศรีอยุธยา ประมาณ 12 ปี ต่อมาราว พ.ศ.2478 ท่านได้กลับมาจำพรรษาที่วัดบันไดช้างอีกครั้งและมรณภาพในปี พ.ศ.2491 เจ้าอาวาสอีกองค์หนึ่งคือ หลวงพ่อเทียบ ท่านเป็นเจ้าอาวาสต่อจากหลวงพ่อลับ ปัจจุบันมีรูปปั้นท่านทั้งสององค์ประดิษฐานไว้ที่ลานหน้าพระพุทธนิมิตพิชิตมาร
รูปภาพเพิ่มเติม
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด
หลวงพ่อทันใจ