Ayothaya T+

วัด

วัดละมุด

138 บ้านปากจั่น หมู่ 2 ต.ปากจั่น อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา 13260

15 วิว 5 รูปภาพ
ภาพปก

ประวัติความเป็นมา

ความเป็นมาของ “วัดละมุด”

ประวัติวัดละมุด ของกรมการศาสนา (หนังสือประวัติวัดทั่วราชอาณาจักรเล่ม ๔ พิมพ์โดยกองพุทธศาสน-สถาน กรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ ปี พ.ศ.๒๕๒๘ กล่าวถึงวัดละมุดไว้ในหน้าที่ ๓๐๘-๓๐๙ )

วัดละมุด ตั้งอยู่เลขที่ ๑๓๘ บ้านละมุด หมู่ที่ ๒ ตำบลปากจั่น อำเภอนครหลวง

จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๓๑ ไร่ สร้างขึ้นเป็นวัดตั้งแต่สมัยอยุธยา ประมาณปี พ.ศ.๒๑๐๐ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๑๑๐ วัดนี้เคยเป็นที่พำนักของเจ้าละมุดขณะประชวน ครั้นหายแล้วจึงได้สร้างวัดขึ้น เป็นเวลานานกว่า ๒๐๐ ปี มาแล้ว

 

 

 

 

 

ประวัติวัดละมุดและหลวงพ่อหินตามคำบอกเล่า

วัดละมุด เดิมตั้งอยู่ห่างจากริมฝั่งแม่น้ำป่าสัก โดยตั้งอยู่บริเวณวัดโคกเสือ(ร้าง)ใกล้ ๆ กลุ่มออมทรัพย์ตำบลปากจั่น และเดิมทีนั้น แม่น้ำป่าสักมีเส้นทางที่น้ำไหลเข้ามาทางวัดคลองน้ำชา (ต.ท่าช้าง) และไหลผ่านบึงบ้านชุ้งมาออกที่คลองลาวหรือที่เรียกว่าคลองไทยในปัจจุบัน (ต.ปากจั่น) ต่อมาได้มีการขุดคลองจากวัดคลองน้ำชา มาบรรจบกับแม่น้ำลพบุรี ที่บริเวณปากคลองบางพระครู หรือบริเวณหน้าวัดนครหลวงในปัจจุบัน จึงทำให้แม่น้ำป่าสักเปลี่ยนทางเดินไปจากเดิม ต่อมาวัดโคกเสือได้ย้าย เข้ามาตั้งอยู่ใกล้กับริมฝั่งแม่น้ำป่าสัก ซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดละมุดในปัจจุบัน เล่ากันว่า ประมาณ ปี พ.ศ.๒๓๐๕ เจ้าจอมละมุด ซึ่งเป็นพระสนมของพระเจ้าเอกทัศน์ ได้มาสร้างวิหาร ขนาดใหญ่และยาว (เดิมวิหารนี้เป็นวิหารรูปท้องสำเภาสันนิษฐานว่าเป็นรูปแบบของสถาปัตยกรรมในสมัยอยุธยาตอนกลาง) ขนานไปกับแม่น้ำป่าสักมีประตูเข้าขนาดใหญ่ทางด้านทิศเหนือ เรียกว่า ประตูโขลง ในการนี้ได้สร้างพระพุทธรูปศิลปะสุโขทัยขึ้น ๑๕ องค์ เป็นพระพุทธรูปหน้านาง สร้างด้วยหินทรายแดง ต่อมาพระพุทธรูปเหล่านี้เป็นที่นับถือของชาวบ้านว่า มีความศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก โดยเรียกกันติดปากว่า หลวงพ่อหิน ตามวัสดุที่สร้าง

       มีเรื่องเล่าว่า พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ พระราชบิดาของพระเจ้าเอกทัศน์ทรงเห็นว่าพระเจ้าเอกทัศน์เป็นคนเขลา ไม่สมควรจะให้สืบราชสมบัติ จึงให้มาผนวชที่วัดละมุด ซึ่งผนวชอยู่ได้ไม่นานก็ได้สึกออกไปเป็นกษัตริย์ครองกรุงศรีอยุธยา และเมื่อเป็นกษัตริย์แล้วจึงได้สถาปนาวัดละมุดขึ้นใหม่ทั้งพระอาราม เมื่อปีพุทธศักราช ๒๓๐๘

ประวัติวัดละมุด ที่เกี่ยวข้องกับพระเจ้าเอกทัศน์กษัตริย์องค์สุดท้ายของกรุงศรีอยุธยาตามคำบอกเล่า

วัดละมุด จะสร้างขึ้นตั้งแต่เมื่อใด สมัยใดนั้น ไม่ทราบได้ แต่เคยได้ยินมาว่าในตอนปลายกรุงศรีอยุธยานั้น พระเจ้าเอกทัศน์ ซึ่งเป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายของกรุงศรีอยุธยาได้มาผนวชที่วัดละมุดนี้ นัยว่า เพื่อรักษาโรคเรื้อนที่ท่านเป็นอยู่ โดยการรักษานั้น จะกระทำภายในวิหารใหญ่ของวัดละมุด ในการนี้พระองค์ได้ให้สืบหาหมอยาดี ๆ มาเพื่อรักษา และเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ความลับเรื่องที่พระองค์อาพาธด้วยโรคร้ายนี้แพร่ขยายออกไป จึงมีรับสั่งให้ประหารชีวิตหมอยาทุกคนที่มาถวายการรักษาแล้วไม่สามารถรักษาได้สำเร็จ โดยสถานที่ประหารนั้นกล่าวกันว่า บริเวณด้านนอกของประตูทางเข้าวิหาร ซึ่งต่อมาเรียกว่า ประตูโขลงการที่ได้ชื่อว่าโขลงนั้น เป็นเพราะว่าหมอยาเก่ง ๆ คนแล้วคนเล่าจำนวนมากมายถูกประหารตรงนี้ จึงเรียกว่าประตูโขลง หมายความว่า มีคนมาตายกันเป็นโขลง ๆ หรือตายกันเป็นหมู่มาก ๆนั่นเองบริเวณประตูโขลงนี้ สมัยก่อนกล่าวกันว่าศักดิ์สิทธิ์เอาการอยู่ เพราะเคยมีคนไปเที่ยวงานวัด แล้วไปปัสสาวะไว้บริเวณนั้น ครั้นกลับไปบ้านแล้วถ่ายปัสสาวะไม่ออกและท่อปัสสาวะบวมเป่ง เจ็บปวดทรมานมาก จนมีคนแนะนำให้นำดอกไม้ ธูปเทียนมาขอขมาบริเวณนั้นอาการต่าง ๆ เหล่านั้นจึงหายไป นี่ก็คงจะตรงกับคำว่า ไม่เชื่ออย่าลบหลู่นั่นเองข้อที่น่าสังเกตอีกอย่างหนึ่งคือ เดิมทีวัดละมุดมีสมุดข่อยเก่า ๆ เป็นตำรายาอยู่มากกว่า๑๐๐ เล่ม ต่อมาครูชั้นท่านว่า ท่านนำไปมอบให้ครูที่วิทยาลัยครูพระนครศรีอยุธยาเพื่อจัดทำพิพิธภัณฑ์

รูปภาพเพิ่มเติม

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด

หลวงพ่อศิลา

หลวงพ่อศิลา (หรือหลวงพ่อหิน) เป็นพระพุทธรูปโบราณเนื้อหินทรายแดง ศิลปะสมัยอยุธยา ซึ่งเป็นหนึ่งในสิ่งศักดิ์สิทธิ์และพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองที่ชาวบ้านละมุดและผู้คนในอำเภอนครหลวงให้ความเคารพศรัทธาอย่างมาก ประดิษฐานอยู่ภายในอุโบสถของ วัดละมุด หมู่ที่ 2 ตำบลปากจั่น อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา การขอพรและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด หลวงพ่อศิลา: ชาวบ้านนิยมมากราบไหว้ขอพรมงคลชีวิต เชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์มาก ดลบันดาลให้ผู้ที่มาขอพร ประสบความสำเร็จตามความปรารถนา หน้าที่การงานราบรื่น

ยักษ์วัดละมุด

ยักษ์วัดละมุด (ท้าวเวสสุวรรณ): อีกหนึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขึ้นชื่อของวัด ถือเป็นเครื่องรางระดับตำนานแห่งทุ่งนครหลวง โดดเด่นในด้านพุทธคุณ ป้องกันคุณไสย ภูตผีปีศาจ สัมภเวสี และแคล้วคลาดคงกระพัน ยักษ์วัดละมุด (ท้าวเวสสุวรรณ): ถือเป็นหนึ่งในเบญจภาคีท้าวเวสสุวรรณแห่งสยาม และเป็น "1 ใน 3 ตำนานไตรภาคีเครื่องรางแห่งทุ่งนครหลวง" (ร่วมกับตะกรุดหลวงพ่อกรอง และเสือขลังหลวงพ่อนวม) มีพุทธคุณโดดเด่นเลื่องลือมากในด้านการป้องกันคุณไสย ภูตผีปีศาจ สัมภเวสี เสนียดจัญไร รวมถึงเด่นด้านมหาอุด คงกระพัน และแคล้วคลาด " ยักษ์วัดละมุด " เบญภาคีท้าวเวสสุวรรณสยาม ตำนานเครื่องราง ที่ภูติผี ปิศาจที่ไหน เห็นเป็นต้องขยาด สิ่งอัปรีย์จัญไร สิ่งอัปมงคลทั้งหลาย ยังต้องถอยหนี แถมดีด้านการค้า การขาย ธุรกิจ รุ่งเรือง กล่าวกันว่า อำนาจพุทธคุณทางด้านขับไล่เสนียดจัญไร ภูติผี ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าอำนาจของ " ไม้ครู หลวงปู่ภู (ลูกศิษย์สมเด็จโต) " แต่ยักษ์ วัดละมุด จะหายากกว่ามากมีหลายคำบอกเล่าของที่มา บ้างก็ว่า เป็นของอาจารย์ ทิว พระภิกษุชาวเขมร ที่เก่งทางเวทมนต์คาถา ได้ธุดงค์มาจากเขมรมาอยู่ที่วัดนี้ก่อน บ้างก็ว่า เป็นของหลวงพ่อดำเอง และบ้างก็ว่า เป็นของที่ออกมาจากเจดีย์โบราณ ท้าวเวสสุวรรณของสำนักนี้ อายุเก่าร้อยปี เป็นเนื้อตะกั่วผสมดีบุก หล่อเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ภายในแกะเป็นรูปท้าวเวสสุวรรณ หรือท้าวกุเวร เป็นเครื่องรางที่มีเอกลักษณ์ของตนเอง ไม่เหมือนใคร ผู้สร้างออกแบบได้อย่างลงตัวและสวยงาม แต่ก็แฝงไว้ด้วยความขลังของพุทธานุภาพ ตามประวัติจากการสอบถามหลวงพ่อมนตรี เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน ว่ากันว่าเป็นของหลวงพ่อดำ เจ้าอาวาสวัดละมุด เพราะมีประวัติจารึกไว้ ท่านเป็นอาจารย์พระเกจิหลายองค์ที่ล้วนมีชื่อเสียง โดงดัง ด้านพุทธคุณ เป็นเลิศโดดเด่นใช้ได้ดีทางด้านป้องกันคุณไสย และป้องกันภูตผี ปีศาจ สัมภเวสี เสนียดจัญไร ได้อย่างชะงัก ผู้ใดพกพายักษ์ วัดละมุดไว้ข้างกาย ภูตผี ปีศาจจะไม่มีวันรบกวน ไม่ว่าจะดุจะเฮี้ยนขนาดไหน และยังเป็นมหาอุด คงกระพัน แคล้วคลาด พุทธคุณสุดยอดจริงๆ เรียกได้ว่าเป็นเครื่องรางที่คน ต่างยกนิ้วให้ ว่าเป็นของสุดยอด ในอดีต เครื่องราง ยักษ์ วัดละมุด ถือเป็นเครื่องรางยอดนิยม ของคนอยุธยา ที่แสวงหามาติดตัวประจำตน เพื่อป้องกันตัวจาก อันตรายต่างๆ ป้องกันสิ่งอัปมงคล เสนียดจัญไร ปัจจุบันทางวัดได้จัดสร้างเหรียญยักษ์วัดละมุด รุ่นแรก รุ่น "รวยเหนือดวง" ไว้เมื่อปี 2563 เพื่อมอบให้ผู้มีร่วมบุญกฐิน ได้รับความเมตตาเสกโดย 2 พระเกจิอาจารย์มีชื่อเสียงด้านท้าวเวสสุวรรณแห่งยุค หลวงพ่ออุดม แห่งวัดพิชัยสงคราม ศรีอยุธยา และหลวงพ่ออิฏฐ์ แห่งวัดจุฬามณี สมุทรสงคราม เป็นที่แสวงหาและได้รับความนิยมสาธุชนต่างนำไปบูชา เชื่อว่าเป็นขวัญกำลังใจ สามารถช่วยในเรื่องการงาน ค้าขาย ให้มีกำไรงอกงาม ธุรกิจรุ่งเรือง เงินทองคล่องมือ ไม่ขัดสน เหลือกินเหลือใช้ ร่ำรวย ดั่งความเชื่อเรื่องท้าวกุเวร หรือท้าวเวสสุวรรณผู้มีทรัพย์มาก และกันสิ่งอัปมงคลต่างๆนาๆ ตามความเชื่อดั้งเดิม