ประวัติความเป็นมา
ประวัติวัดบ้านชุ้ง
เมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยา เป็นราชธานี มีชื่อเดิมว่า วัดพยาโศก สมัยสมเด็จพระราเมศวร เป็นกษัตริย์ ครองกรุงศรีอโยธยา ซึ่งตามธรรมเนียมโบราณราชพิธี พอสิ้นฤดูฝน เข้าฤดูต้นหนาวของทุกปี กษัตริย์ ต้องออกเพนียดเพื่อคล้องช้าง เพื่อนำไว้ฝึก เพื่อใช้ในงานหลวง ทุกปี
ครั้งนั้นนายคชบาล ได้ต้อนโขลงช้าง จากป่านครหลวง(บริเวณที่ตั้งวัดบ้านชุ้ง) ปรากฏว่าได้มีช้างแม่ลูกอ่อน ติดเข้าเพนียดมาด้วย นายคชบาลได้แลเห็นลูกช้าง คล้ายเป็นช้างสำคัญ ตามหลักคชลักษณ์ (เผือก) จึงเข้าไปแจ้งพยาคชบาล เข้าเฝ้าทูลขออนุญาติ คล้อง นำเฉพาะลูกช้างกลับไปด้วย เพื่อจะนำไปให้คณะพยาคชบาล ในวังหลวง ตรวจสอบลงมติให้แน่ชัด ส่วนแม่ช้าง จะถูกปล่อยคืนสู่ป่า พร้อมกับช้างเชือกอื่นๆ ที่มิถูกคัดเลือก
นายคชบาล หลังจากนั้นก็ได้รับแต่งตั้ง ขึ้นเป็นตำแหน่ง “พยาคชบาล” และได้รับปูนบำเหน็จมากมาย แต่ส่วนตัวท่านเองนั้น ก็คิดสงสารห่วงถึงว่าแม่ช้าง ว่าคงจะเศร้าโศกเสียใจ อย่างมาก ที่ถูกพรากลูกไปจากอก จึงตัดสินใจออกตามหาแม่ช้าง หวังจะคล้องแม่ช้างนำกลับมา เลี้ยงดูแลเอง
ในที่สุดพยาคชบาล ได้รู้จากชาวบ้านว่า แม่ช้างเชือกนั้น ร้องครวญครางพล่านทั่วป่า ไม่เป็นอันกินอันนอน จนผ่ายผอม ทำให้แม่ช้าง ได้ล้มลงไปเสียแล้ว ท่านรู้สึก เสียใจอย่างมาก รู้สึกสำนึกผิดบาปมหันต์ จึงตัดสินใจ สร้างวัดไว้บริเวณนั้น เพื่ออุทิศกุศล ให้แก่แม่ช้างเชือกนั้น และตั้งชื่อวัดเอาไว้ว่า “วัดพยาโศก”จวบจนกระทั่งเกิดศึก กรุงศรีอโยธยา ได้เสียกรุง แก่พม่าไป ทำให้ “วัดพยาโศก” ก็ได้ร้างลง นับร้อยปี
จิระกาลผ่านยุค มาจนถึง ยุคกรุงรัตนโกสินทร์ ประมาณปี พ.ศ. 2445 พระธรรมเจดีย์(อุ่ม) เจ้าอาวาส วัดอรุณราชวราราม ขณะนั้น ท่านมีดำริจะบูรณะสร้าง วัดพยาโศก ขึ้นมาใหม่ ท่านจึงได้ไปปรึกษากับ พระอาจารย์ปลอด สุคัณจันทร์
ท่านช่วยประสานงาน ก่อสร้างร่วมกับชาวบ้าน สร้างและบูรณะวัด ขึ้นมาใหม่จนสำเร็จ และเปลี่ยนชื่อจาก “วัดพยาโศก” มาเป็น “วัดบ้านชุ้ง” มาจนทุกวันนี้
รูปภาพเพิ่มเติม
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด
เหรียญหลวงพ่อปลอด วัดบ้านชุ้ง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นเหรียญเกจิอาจารย์ท้องถิ่นที่ได้รับความนิยมในพื้นที่ โดยรุ่นที่พบเห็นและเป็นที่เสาะหาหลักๆ มักเป็นเหรียญที่จัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกในโอกาสสำคัญต่างๆ